Knowledge of WaterF.M. 103 Mhz. KKU Radio

สาระน่ารู้เรื่องน้ำ

ผลิตรายการโดย เฉลิมชัย วงษ์นาคเพ็ชร์ เวลา 08.10 – 9.00 น. จันทร์ – ศุกร์

รายการสาระน่ารู้เรื่องน้ำ เป็นรายการเพื่อการให้ข้อมูล ความรู้ เรื่องของทรัพยากรน้ำ และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเสนอความก้าวหน้าทางด้านต่างๆ ตลอดจนปัญหาของการจัดการทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต สลับกับความเพลิดเพลินจากเพลงสากลในอดีต ที่ยังมีความไพเราะเป็นที่จดจำในราว ค.ศ. 1960-1970

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่เคารพ วันนี้ผมจะนำเสนอ ตอนสุดท้ายของ “การวิเคราะห์คุณภาพน้ำบาดาล” ซึ่งถ้าหากท่านผู้อ่านนำ 3 ตอนที่เคยลงไปแล้วมารวมกับตอนนี้ ก็จะได้เนื้อหาที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ครับ

การส่งน้ำตัวอย่างเข้าห้องปฏิบัติการ

  • น้ำตัวอย่างเมื่อเก็บมาแล้วต้องรีบส่งเข้าห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจวิเคราะห์ทันทีแต่ถ้ามีการล่าช้าด้วยประการใดก็ตาม ควรเก็บตัวอย่างเหล่านี้ไว้ในห้องที่ควบคุมอุณหภูมิประมาณ  4 ํC เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ และเขียนฉลากติดไว้ที่ข้างขวด  การเขียนฉลาก หลังจากเก็บน้ำตัวอย่างแล้วควร เขียนทันทีโดยระบุสิ่งต่างๆ
  • แหล่งของน้ำตัวอย่าง เช่น จากบ่อบาดาลหมายเลข
  • บ้าน หมู่ตำบล อำเภอ จังหวัด
  • วิธีการเก็บ  (ใช้ปั๊มซับเมอร์สสูบขึ้นมา หรือ ใช้สูบมือโยกหรืออื่นๆ)
  • วิธีการเก็บรักษา (เติมสารเคมีใดเพิ่มเติมหรือไม่ ปริมาณเท่าไร)
  • วันที่ และเวลาที่เก็บน้ำตัวอย่าง
  • ชื่อ และตำแหน่งของผู้เก็บตัวอย่างน้ำ

โดยปกติแล้วการตรวจวิเคราะห์ควรกระทำทันทีเพื่อมิให้สภาพน้ำที่เก็บมาเปลี่ยนแปลงไป ถ้าเป็นการตรวจวิเคราะห์ทางกายภาพ ควรทำในขณะที่เก็บหรือในทันทีที่ตัวอย่างถึงห้องทดลอง ระยะเวลาที่ยอมให้มากที่สุดที่จะเก็บน้ำตัวอย่างไว้เพื่อวิเคราะห์ทางกายภาพและ เคมี คือ  72 ชั่วโมง

การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ

ขบวนการวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ควรเป็นเรื่องของหน่วยงานที่ชำนาญการด้านนี้โดยเฉพาะ เช่น สถาบันการศึกษา เช่น คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ หรือ คณะเทคโนโลยี ในมหาวิทยาลัยต่างๆ  ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ หน่วยงานของการประปา  เป็นต้น

การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ สามารถแบ่งออกได้ตามคุณสมบัติของน้ำ  3 ประการ คือ

  • คุณสมบัติทางกายภาพ ได้แก่ สี กลิ่น รส ความขุ่น และอุณหภูมิ
  • คุณสมบัติทางเคมี ได้แก่    ความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำ ( pH ) ,   ความกระด้าง ( Total Hardness ) , ค่าความเป็นกรด ( Acidity ) , ค่าความเป็นด่าง ( Alkalinity ) , ปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำทั้งหมด (Total Dissolved Solids),  ซัลเฟต (Sulfates) คลอไรด์ (Chloride) เหล็ก ( Irons ) , แมงกานีส ( Manganese ) , สังกะสี ( Zinc ) เป็นต้น
  • คุณสมบัติทางด้านแบคทีเรีย  ได้แก่ ค่าจำนวนโคลิฟอร์มต่อน้ำ 100 มิลลิลิตร   หรือค่า   MPN   ( Most Probable Number ) เป็นต้น

การวิเคราะห์คุณภาพน้ำสำหรับน้ำบาดาล  อาจไม่จำเป็นต้องทำการวิเคราะห์ทุกตัวอย่างที่ปรากฏในตารางที่ 1 ก็ได้ แต่อย่างน้อยต้องมีค่าต่างๆเหล่านี้

  • ค่าความกระด้างทั้งหมด ( Total Hardness ) เพราะมีผลกระทบโดยตรงกับผู้ใช้
  • ค่าคลอไรด์ ( Chloride ) เป็นดรรชนีชี้ความสกปรก หรือ ความเค็มของน้ำ
  • ค่าเหล็ก ( Iron ) ถ้าเจอเหล็กในน้ำมักจะเจอแมงกานีสด้วย
  • ค่าปริมาณของแข็งละลายน้ำทั้งหมด (TDS) หรือ ค่าความนำไฟฟ้า (E. C.)

หากค่าคุณภาพน้ำเหล่านี้อยู่นอกเกณฑ์มาตรฐานมาก อาจไม่สามารถนำน้ำมาใช้ประโยชน์ได้ เพราะเสียค่าใช้จ่ายสูงในการทำให้มีคุณภาพดีขึ้น หรือ เกิดความเสียหายต่อวัสดุอุปกรณ์ เมื่อนำมาใช้ เป็นต้น
ฉบับนี้ นำเสนอท่านผู้อ่านเท่านี้ก่อนนะครับ ฉบับต่อไปจะเป็นเรื่องอื่นๆ ท่านผู้อ่านท่านใดที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม หรือต้องการปรึกษาเรื่องน้ำ ระบบสูบน้ำ หรือ สระว่ายน้ำ โปรดติดต่อ ผม ที่บริษัท อินเตอร์ วอเตอร์ ทรีทเม้นท์ จำกัด โทร. 043 – 394252 – 5 โทรสาร. 043 – 394251 หรือ e – mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. ก็ได้นะครับ

สาระน่ารู้เรื่องน้ำ ย้อนหลัง

ย้อนหลังประจำวันที่ 01 ก.ค. 59 [Ep.76]

สาระน่ารู้เรื่องน้ำ ตอน เขื่อนเก็บน้ำในประเทศไทย

ย้อนหลังประจำวันที่ 30 มิ.ย. 59 [Ep.75]

สาระน่ารู้เรื่องน้ำ ตอน ข่าวต่างประเทศ

ย้อนหลังประจำวันที่ 28 มิ.ย. 59 [Ep.74]

สาระน่ารู้เรื่องน้ำ ตอน ปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัฐ

 
Black Ribbon